หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ตามรู้ในปัจจุบัน   ๕
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       คำว่า พัฒนา นั้นก็คือ การฝึกฝนพากเพียรปฏิบัติ ทำจิตใจของตนนั้นให้ดียิ่งๆขึ้น นี่เป็นภาษาพัฒนาหรือภาวนา หรือจะเรียกอีกภาษาหนึ่ง ก็ว่าปฏิรูป ปฏิรูปจิตใจของเราใหม่ จากความเคยชิน จากความเคยสนุกสนานเพลิดเพลิน เกี่ยวกับการดูการละเล่น เรามาหาความสุขในความสงบ มาหาความสุขในด้านปัญญา ที่พินิจพิจารณา เห็นความสิ้นความเสื่อม เห็นความผิดความถูก ที่เกิดขึ้นมีขึ้น ในชีวิตจิตใจของเรา อดีตที่ผ่านมานั้นคำว่า อดีต ก็คือตั้งแต่ นาที วินาที ชั่วโมง หรือวัน เดือน ปีที่ผ่านมา ถือเป็นอดีตทั้งหมด อันนั้นเป็นเครื่องสอนใจ อดีตที่ดีก็เป็นเครื่องสอนใจเรา อารมณ์ที่ไม่ดีซึ่งได้เป็นอดีตไปแล้ว ก็เป็นเครื่องสอนใจเรา ถ้าหากว่า เรามีความระลึกรู้อยู่อย่างนี้ ไม่ว่าขณะกำลังทำสมาธิอยู่ หรือเราออกจากสมาธิแล้ว จิตมีความระลึกรู้อยู่อย่างนี้ ทั้งความดีและความไม่ดี ที่เป็นอดีตแล้วนั้น เป็นครูเป็นอาจารย์ ช่วยเตือนสั่งสอนให้แก่เรา ได้ประพฤติปฏิบัติ ปฏิรูปจิตใจของตนเอง ให้ดีให้งามยิ่งๆขึ้น ดีอยู่แล้วก็ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ถ้าไม่ดีก็พยายามทำให้ดีขึ้น เพราะเราทุกคนต้องการความดี ต้องการความสำเร็จในชีวิต อยากมีชีวิตที่ดี อยากมีชีวิตที่เป็นสุข อยากมีชีวิตที่สมบูรณ์บริบูรณ์ เราจะต้องตั้งความเป็นผู้มีสติ เป็นผู้มีสัมปชัญญะ

       สติคือความระลึกรู้ระลึกได้ สัมปชัญญะก็คือความรู้รอบรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังคิดอะไรอยู่ คิดไม่ดีเราก็รู้อยู่แก่ใจ เป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ มีความเกรงกลัวต่อความชั่วความไม่ดี มีความละอายต่อความชั่วความไม่ดี ถึงแม้ความชั่วความไม่ดีนั้น จะเป็นความคิดทางจิตใจก็ตาม พยายามตั้งความละอายเอาไว้ แล้วให้มีสติระลึกรู้ตัวอยู่เสมอ ทั้งสติปัญญา สติสัมปชัญญะ และหิริโอตตัปปะ รวมตัวกันเข้าเป็นคุณธรรม มาคุ้มครองจิตใจของเรา ให้เป็นผู้ที่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริงในความดี เชื่อในกฎของกรรม เชื่อว่า คนเราคิดดีก็เป็นสุข คิดไม่ดีก็เป็นทุกข์ ทำดีก็เป็นสุข ทำไม่ดีก็เดือดร้อน ไม่ได้มีใครเอาทุกข์เอาสุขให้แก่เรา หรือว่าพูดง่ายๆก็ว่า ทำดีก็คือดี ทำไม่ดีก็คือไม่ดี เดือดร้อนทั้งตัวเราผู้กระทำ แล้วก็เดือดร้อนทั้งบุคคลอื่น ผู้อยู่ใกล้ตัวเรา นี่เป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นการฝึกสมาธิ จึงต้องพยายามกำหนดดูกำหนดรู้ อยู่ในจิตใจของเรา อย่าให้ออกไปข้างนอก

       การปฏิบัติทำสมาธิจิตนั้น จะเป็นเรื่องยากสำหรับ บุคคลผู้ไม่เคยทำ หรือบางทีบางครั้ง จิตนี้มันไม่ยอมรับง่ายๆ อย่างที่หลวงพ่อได้พูดให้ฟังแล้ว ตั้งแต่เบื้องแรกเบื้องต้นนั้น การสร้างคุณงามความดีนี้ ต้องใช้เวลาใช้ความอดทน ใช้ความพากเพียร ทำให้สม่ำเสมอทำอยู่เสมอ ขี้เกียจก็ทำ หมั่นก็ทำ ขยันก็ทำ อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ทำ ในเรื่องของการทำสมาธิ ในเรื่องของความสงบนั้น ถ้ามันอยากจะพูดกันคุยกัน อยากจะไปเล่นไปหัวกัน เราก็ไม่ไปไม่ทำ เพราะว่าเราจะทำคุณงามความดี ถือว่านั่นเป็นอุปสรรคต่อสมาธิ เป็นอุปสรรคต่อคุณงามความดี มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นแก่ตนเอง แล้วก็ทำให้บุคคลอื่น พลอยเดือดร้อนตามไปด้วย


« ย้อนกลับ     หน้า ๕ จาก ๑๐     หน้าถัดไป »






หอระฆัง


สติมา สุขเมธติ
คนมีสติ
ย่อมได้รับความสุข