หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ตามรู้ในปัจจุบัน   ๒
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       แต่ด้วยจิตกิเลสอันนี้ ไม่ได้ไปโทษคนอื่น โทษเรื่องของจิตกิเลส คนเรามีจิตกิเลสด้วยกันทั้งนั้น ตามที่ปากว่ารักดี รักความสุขรักความสบาย แต่พอมีผู้มาชี้แนะบอกกล่าว นำพาในทางที่ดีที่ถูกให้ กลับไม่พอใจ กลายเป็นเรื่องอึดอัดขัดข้อง กลายเป็นเรื่องบังคับข่มเหง น้ำจิตน้ำใจ ขัดข้องไปต่างๆนาๆ ที่พูดเช่นนี้ เพราะกว่าจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้ กว่าจะได้มาเป็น หลวงพ่อหลวงตา ให้การอบรมสั่งสอนเทศนาว่ากล่าว ที่มาอยู่ ณ ที่นี่ ไม่ได้รวมถึงอยู่ที่อุบลเป็นเวลา ๒๕ ปี ในการเทศน์ ในการสอน ในการนำทางชีวิต ทางที่ถูกที่ชอบให้แก่พระเณร ให้แก่นักบวชให้แก่ฆราวาสทุกหมู่เหล่า ซึ่งมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ คนที่ไม่ชอบนั้นเขาก็มองเห็นว่า เราไปยัดเยียดความดีให้เขา ทั้งๆที่ เขาไม่ต้องการ ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เราทำหน้าที่ของเรา เมื่อมีหน้าที่ต้องบอก มีหน้าที่ต้องชี้แนะ ในทางที่ดีที่ถูกให้ ก็ต้องทำ หน้าที่อันนี้ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ก็เป็นเรื่องของเขาผู้นั้น ไม่ได้เอามาใส่ใจ แล้วก็ไม่ได้เอามาเป็นทุกข์ เพราะรู้แก่ใจตนเอง

       ในขณะที่เป็นศิษย์บวชเข้ามา เพื่อฝึกหัดขัดเกลา ประพฤติปฏิบัติอยู่กับครูบาอาจารย์ ตลอดที่จิตใจยังมีกิเลสอยู่ ยังชอบสนุกสนาน ยังชอบคิดชอบทำอะไร ตามใจตนเอง โดยเห็นการกระทำคำพูดของครูบาอาจารย์ เห็นกฎระเบียบของวัดวาอาราม เป็นเรื่องอึดอัดขัดข้อง เป็นเรื่องไม่สะดวกสบาย ที่เขาว่าเป็นสวรรค์ เป็นทางแห่งบุญกุศล จะทำให้มีความสุข ทั้งปัจจุบันและอนาคต แม้กระทั่ง เมื่อตายแล้วก็จะได้ไปสุคติ แต่ชีวิตจิตใจขณะที่ กำลังฝึกกำลังหัดอยู่นั้น และขณะที่เข้ามา บวชใหม่ๆ มีแต่ความอึดอัดขัดข้อง ทำอะไรก็ไม่เป็นที่ถูกต้อง คือมันไม่เป็นที่ถูกใจของตนเอง ไม่ใช่ว่าไม่เป็นที่ถูกต้อง คือไม่เป็นที่ถูกใจของผู้มีกิเลส อึดอัดขัดข้อง ไปหมดทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามใจอยาก ไม่เป็นไปตามใจปรารถนา

       ด้วยความเชื่อความเคารพในครูบาอาจารย์ ถึงแม้จะไม่ชอบสักแค่ไหน บางทีเกลียดหน้าครูบาอาจารย์ด้วยซ้ำไป ว่าเทศน์มากเกินไป สอนมากเกินไป ร่ำรี้ร่ำไร จ้ำจี้จ้ำไช อะไรกันนักหนา คนเรามันใหญ่มันโตแล้วจนได้มาบวช ถ้าจะว่าไปแล้วก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่เห็นต้องพูดอะไรกันมากเลย ก็กลายเป็นเรื่องเบื่อหน่าย ในเรื่องของคำเทศน์คำสอน แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ละไม่ทิ้ง ทั้งๆที่มันไม่ชอบทำนั่นแหละ ทนฟังเอา มันไม่อยากฟังก็ทนฟัง ฟังไปยังงั้นแหละ ฟังทั้งๆที่จิตใจนั้น ต่อต้านอยู่ตลอดเวลา มันไม่ยอมรับในคำสอน มันบอกอยู่เสมอว่า เป็นปุถุชนคนมีกิเลส จะไปเอาอะไรกันนักกันหนา นั่นคือจิตใจในขณะนั้น จะต่อต้านต่อธรรม คำสั่งสอน ต่อต้านต่อธรรม ต่อวินัยอยู่ตลอดเวลาเลย ถือว่าเป็นคนประพฤติตนปฏิบัติตัว ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ไม่ไปเป็นนักเลง ไม่ไปเป็นผู้ร้าย ไม่เป็นโจรเป็นขโมย ไม่ได้ไปเที่ยวปล้นเที่ยวจี้ เที่ยวลักเที่ยวขโมย หรือเที่ยวทำร้ายบุคคลอื่นก็ดีแล้วนี่ ไม่เห็นจะต้องทำอะไรกันอีกนี่ คือเล่าความเป็นมาเป็นไปในอดีต ในครั้งที่ยัง ไม่รู้เรื่องของพระพุทธศาสนา ไม่รู้เรื่องของสมาธิ ไม่รู้เรื่องในของปัญญา ..จึงกลายเป็นเรื่องอึดอัดขัดข้อง


« ย้อนกลับ     หน้า ๒ จาก ๑๐     หน้าถัดไป »






หอระฆัง


สติมา สุขเมธติ
คนมีสติ
ย่อมได้รับความสุข