|
|
ตามรู้ในปัจจุบัน ๑
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
พอจิตมันจะแวบไปที่อื่น ไปดูโน่นดูนี่ คิดนั่นคิดนี่ ที่เป็นอดีตก็ดี อนาคตก็ดี ก็พยายามให้มีสติ ดึงจิตดึงใจของเรา กลับมาดูที่ลมหายใจเข้า ดูที่ลมหายใจออก ให้ฝึกอยู่อย่างนี้ อย่าให้เกิน ๕ วินาทีอย่างมาก คืออย่าไปส่งเสริม อย่าไปคล้อยตาม แต่จิตที่ยังไม่เคยฝึกนั้น มันก็ย่อมมีการปรุงแต่งไปต่างๆ
ฉะนั้น จึงให้มีเครื่องยึดเหนี่ยว ทางจิตทางอารมณ์ เพราะธรรมชาติของจิตของอารมณ์นั้น ไม่เคยหยุดนิ่ง มักจะคิดไปต่างๆนาๆ แม้กระทั่ง เวลาที่เราจะนอนหลับ ก็อดที่จะคิดไม่ได้ บางทีบางครั้ง จนถึงกับนอนไม่หลับ เพราะจิตไม่ค่อยยอมหยุดนิ่ง นอกจากมันเกิดความอ่อนเพลียเต็มที่แล้ว มันถึงจะหยุด หยุดคิดหยุดไม่มีอะไรจนมันหลับ นั่นคือลักษณะของการนอนหลับ แต่การฝึกสมาธิจิตนั้น ก็เพื่อจะให้จิตของเรา มีกำลังมีพลัง ที่จะเอาไปใช้กับงาน กับหน้าที่การงานของเรา
จิตนี้เปรียบเสมือนแบตเตอรี่ ถ้าใช้งานมากๆ มันก็หมดได้ หมดกำลังไฟ กำลังไฟในแบตมันหมด การทำสมาธิ ก็เปรียบเสมือนการชาร์ตไฟ เข้าไปในหม้อแบต เพื่อจะเอามาใช้ในโอกาสต่อไป ฉะนั้นการทำสมาธิ เพื่อให้จิตหยุดจิตนิ่ง จิตตั้งมั่นนั้น จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก่อนที่เราจะทำอะไร เราจะต้องมองถึงประโยชน์อันนั้นก่อน ต้องรู้อันนั้นก่อน เราจึงจะทำได้ เหมือนเราหิวข้าว เราก็อยากกินข้าว เมื่อเราหิวเราอยาก มันก็ต้องมีข้าวให้เรากิน เราจึงจะได้กินข้าว แล้วเราจะต้องเห็นประโยชน์ว่า กินแล้วทำให้เราหายหิวได้ ในการทำสมาธิจิตนี้ก็เหมือนกัน อย่างนั้น
ฉะนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ที่เราได้มากันในวันนี้ ด้วยความตั้งใจหรือด้วยครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะผู้อำนวยการ ได้ชักชวนพวกเรา ที่ท่านมองเห็นว่า เป็นผู้ที่มี นิสสัยปัจจัย มีสติมีปัญญา มีใจที่เปิดพร้อมที่จะ น้อมรับเอาสิ่งที่ดีๆ ให้เกิดให้มีขึ้นกับใจของพวกเธอทั้งหลาย ด้วยความปรารถนาดีอันนี้ จึงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก เป็นบุคคลที่ประเสริฐ เป็นครูเป็นอาจารย์ที่ประเสริฐ ยอมเหน็ดเหนื่อยยอมลำบาก เพื่อความสุขความสบาย ทางจิตใจของลูกศิษย์ลูกหา เพราะว่าใจของท่านนั้น ประกอบขึ้นด้วยความรัก ความเมตตาปรารถนาที่ดี ต่อลูกศิษย์ทุกคน แต่ด้วยความปรารถนาดีนี้ บางทีบางครั้ง แม้แต่อาตมาเอง ก็เคยได้ประสบพบเห็น นี่เป็นเรื่องปรกติธรรมดาของครูบาอาจารย์ เราปรารถนาดีต่อเขา เรามุ่งอยากจะให้เขาดี อยากให้เขามีความสุข อยากให้เขาได้มีความรู้ ความเข้าใจในชีวิตมากขึ้น
หน้า ๑ จาก ๑๐
หน้าถัดไป »
|
|

หอระฆัง
สติมา สุขเมธติ
คนมีสติ
ย่อมได้รับความสุข
|
|