หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     สมบัติของโลก   ๓
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       การปฏิบัติภาวนาของพวกเราทั้งหลาย ไม่ว่าพระ ไม่ว่าเณร ไม่ว่าคนแก่คนชรา คนมีอายุหรือคนไม่มีอายุ ขอให้รู้ว่า การปฏิบัติภาวนานั้น เราไม่ได้ปฏิบัติภาวนา เพื่อเอาอะไรทั้งหมด ภาวนาแต่ไม่เอาภาวนา หาความสงบแต่ไม่เอาความสงบ หาได้แล้วเจอแล้ว ก็ไม่เอาอีก ถ้ายังเอาอยู่ก็ยังหลงอยู่ ถ้ายังเอาอยู่ ก็ยังไม่พ้นทุกข์อยู่ดี ฉะนั้นเราไม่ได้บวชเพื่อเอาอะไร เราไม่ได้ปฏิบัติเอาอะไร บวชเพื่อให้มันหมด ปฏิบัติเพื่อให้มันหมด ไม่ใช่เพื่อเอา บวชเพื่อลดเพื่อละ ปฏิบัติเพื่อลดเพื่อละ ไม่ใช่เพื่อเอา เราทำความเข้าใจง่ายๆแค่นั้น ปฏิบัติก็เพื่อลดเพื่อละ ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อเอา ก็อีกนั่นแหละ สำหรับจิตของปุถุชนทั้งหลาย จิตที่ยังไม่ได้ทำ จิตที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ จิตที่ยังไม่ได้ลดได้ละ ก็ไม่อยากจะทำอะไรอยู่แล้ว

       ในเมื่อบวชไม่เอา แล้วจะบวชไปทำไม? ในเมื่อปฏิบัติไม่เอา แล้วจะปฏิบัติทำไม? ละมันซะเลยไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องไปบวชไม่ต้องปฏิบัติ เพราะว่าเราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอา ก็กลายเป็นคนพาลไปอีก ปุถุชนคนมีกิเลส มักจะมีเรื่องพาลไปตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมา ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความรู้ ให้เกิดวิชาเกิดปัญญา เกิดความดีงามขึ้นกับตนเอง ส่วนมากจะทำลายตนเองอยู่ตลอด ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของแต่ละคนนั้น เปรียบเสมือนลูกระเบิด คือพร้อมที่จะระเบิดอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะทำลายตนเองอยู่ตลอดเวลา

       ความรู้สึกนึกคิดของเราก็เหมือนกัน คิดแล้วเราก็ถอดสลัก ของความคิดออกมา กลายมาเป็นคำพูดที่ฆ่าตัวเอง กลายมาเป็นการกระทำ ที่ทำลายตนเอง ถ้าไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ ไม่มีปัญญาเป็นเครื่องกำกับแล้ว คิดก็เพื่อทำลายตัวเอง พูดก็ เพื่อทำลายตัวเอง ทำก็เพื่อทำลายตัวเอง ทำไมจึงกล่าวว่า ทำลายตัวเอง? มนุษย์หรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ มีชีวิตอยู่ เพื่อทำกรรม เพื่อสร้างกรรม ภาษาธรรมะ ท่านจึงว่า กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ มโนกรรม ๓ ทุกวันนี้ เราอยู่กับกรรม ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ประพฤติผิดในกาม ทำมาหากิน ในทางที่ไม่ถูกไม่ชอบ ฉ้อโกงเบียดบังแก่งแย่ง หรือลักขโมย นำของบุคคลอื่นมาเป็นของตน อันนี้เขาเรียกว่า กายกรรม ๓ มีการกระทำในสิ่งที่ไม่ดี มีการกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการทำลายตัวเอง

       วจีกรรม ๔ คือพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ เป็นคำพูดที่ทำลายตนเอง ถ้าใครเป็นคนที่มีวาจา พูดปดมดเท็จ ก็เป็นการทำลายตนเอง ให้เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ จะไปพูดไปจา ไปพูดไปคุยอะไรกับใคร เขาก็ไม่เชื่อ เพราะเป็นคนที่ชอบพูดปดมดเท็จ ชอบโอ้ชอบอวด คำพูดก็ไม่มีค่า ไม่มีราคา ทำลายตนเพราะพูดไม่มีภาษิต พูดไม่เป็นไป เพื่อความดีงามความถูกต้อง พูดไม่เป็นภาษิต ไม่มีปิยวาจา พูดไม่ประสานมิตร พูดทำลายมิตร ทั้งกายและวาจานั้น เกิดขึ้นจากใจ เกิดขึ้นจากตัวมโนกรรม จิตมันคิดไม่ดีก่อน จึงเป็นเหตุ ให้พูดไม่ดีทำไม่ดี เพราะว่าจิตเป็นผู้สั่ง คือจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว


« ย้อนกลับ     หน้า ๓ จาก ๘     หน้าถัดไป »






ข้างโบสถ์


หุตฺวา อภาว
มีแล้วหาไม่
เกิดแล้วดับไป