|
|
ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ๕
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
ส่วนมากส่วนใหญ่แล้ว เราจะไม่ชนะกิเลส เมื่อมีการต่อสู้กัน ระหว่างจิตใจของเรากับสติ กับสติปัญญา หรือว่า ระหว่างกิเลสหรือตัณหา ส่วนมากส่วนใหญ่แล้ว ถ้ามีการต่อสู้ เราจะแพ้อยู่เสมอ ไม่ว่าด้วยอะไรทั้งหมด เรื่องของความอยากก็ดี เรื่องของความปรารถนาก็ดี หรือเรื่องอะไรต่างๆ ถ้าเรา น้อมเข้ามาดูจิตดูใจของเราแล้ว ตลอดชีวิตที่เรามีความอยาก ตลอดชีวิตที่เรามีความปรารถนา เราอย่าคิดว่าเราเป็นผู้ชนะ เราแพ้กิเลสและตัณหามาตลอด กิเลส,ตัณหา เขาว่าอย่างไร? เขายุยงปลุกปั่นให้เราทำอะไร? ยังไง? ก็จะเป็นไปตามอันนั้น ถึงแม้สติปัญญา มีอยู่ขึ้นมาระงับยับยั้ง หรือขึ้นมาบอกกล่าวว่า ทำอย่างนั้นมันไม่ดี ทำอย่างนี้มันไม่ถูก ทำอย่างนั้นไม่เหมาะไม่ควร แต่ผลสุดท้ายแล้ว ปัญญามันอ่อน มันสู้กิเลสไม่ได้ ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกิเลส ต้องไปทำกับกิเลส ไปทำกับความอยาก ไปทำกับความปรารถนา คือว่าเรายังอยู่กับโลก เรายังเป็น ชาวโลก เรายังเป็นคฤหัสถ์ ไม่ใช่นักบวช เราจะต้องอยู่อย่างนี้ ถ้าเป็นนักบวชแล้ว จึงค่อยว่ากันอีกอย่างหนึ่ง เป็นอีกอย่างหนึ่ง
แต่พอมาเป็นนักบวช มันก็เป็นอีก จิตมันยังเป็นโลกอยู่ มันก็ต้องอยู่อย่างโลก มันก็ต้องทำอย่างโลก อะไรอะไร มันก็เป็นของโลกไปเรื่อยไป เป็นนักบวชได้เฉพาะการสมมุติขึ้นมา ว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ แล้วก็มาอดมาทนมาอดมากลั้น มาพากมาเพียร เอาธรรมวินัยเป็นหลัก มาเป็นเครื่องกำจัดปัดเป่า จิตใจของตนเอง แต่ใจจะเป็นธรรม หรือว่าใจที่เป็นพระนั้น ไม่ใช่ของทำได้ง่าย ใจมักจะไหลไปทางโลก ไหลไปหากระแสของโลก อยู่ตลอดเวลา คือไหลไปหาความอยาก หาความสุขความสบาย เห็นโลกเห็นฆราวาส เขามีความสุขความสบาย ในเรื่องภายนอก หรือว่ามีทรัพย์สินมีอะไรต่างๆ ที่ก่อให้เกิด ความสะดวกสบาย ใจที่มันเป็นโลกนี้ มันก็ยังอยากได้ คืออยากได้นั่นอยากได้นี่ อยากมีสิ่งนั้นอยากได้สิ่งนี้ มันก็รบเร้า กันอยู่อย่างนี้ตลอดไป
ในเมื่อเราอยู่ในโลก ใจมันก็เป็นโลก เมื่อมันเห็นโลกแล้ว ก็หาความสุขความสบายทางชีวิตจิตใจไม่ได้ ก็มีแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนวุ่นวาย ฉะนั้น การบวชทางใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะเป็นฆราวาส แม่ออกพ่อออก จะเป็นพระเป็นเณร เมื่อบวชเข้ามาแล้ว ก็ต้องพยายามทำใจ ให้เป็นนักบวชให้ได้
คำว่าใจเป็นนักบวชนี้ จะต้องต่อสู้กับจิตกิเลส ต่อสู้กับจิตที่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เราจะไม่พยายาม เอาชนะสิ่งต่างๆเหล่านั้น ให้เรารู้เห็นตามความเป็นจริง คำว่า ต่อสู้ ในที่นี้ไม่ใช่ว่า จะไปรบราฆ่าฟันกัน แต่หมายความว่า เราต้องพินิจพิจารณาด้วยปัญญา เราคล้อยตามกิเลส,ตัณหา มามากแล้ว แต่ทำอะไรให้เราดีขึ้นมั่ง ทำอะไรให้เรามีความ สุขความสบายได้มั่ง ที่เราได้มาทั้งหมดนั้น เราได้มาด้วยการ สนองกิเลสและตัณหาของเราต่างหาก และเมื่อได้มาสนองแล้ว มีความสุขไหม มีความพอใจในสิ่งที่ตนได้ตนมีนั้นไหม สุขได้ชั่วครู่หนึ่งขณะหนึ่งเท่านั้น แล้วความอยากความดิ้นรน กระวนกระวาย ความปรารถนาที่อยากจะได้ ให้มันมีมากกว่าที่มี ที่เป็นอยู่นี้ มันก็เกิดขึ้นมาอีก ไม่ว่าอะไรทั้งหมด แม้กระทั่งบุญกระทั่งกุศล เราก็อยากจะได้ ให้มันมีมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่มันจะหยุดอยู่แค่นี้ แต่เป็นความอยาก ที่จะนำมาซึ่งความสิ้นทุกข์ เป็นความอยากที่จะนำมา ซึ่งการสะสมบุญกุศลให้มันมากขึ้น เพราะถ้าหากว่าบุญกุศลมากขึ้นแล้ว ก็เป็นเหตุ ให้จิตใจสงบ เป็นเหตุให้จิตใจนี้เบา
« ย้อนกลับ
หน้า ๕ จาก ๑๒
หน้าถัดไป »
|
|

ทางเข้าวัด
สุขา สทฺธา ปติฏฐิตา
ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้
|
|