|
|
ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ๔
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
ความจริง ทุกข์ ไม่ใช่สิ่งที่บีบคั้นใจของเราอย่างเดียว สิ่งที่บีบคั้นใจของเราที่เป็นทุกข์นั้น ก็เป็นของไม่เที่ยงเช่นกัน ถ้าหากว่ามันเที่ยง ก็ไม่ชื่อว่าทุกข์ ที่มันไม่เที่ยงนี่ ท่านว่าเป็นทุกข์ ทุกข์นั้น ก็เป็นของไม่เที่ยง พอใจก็เป็นของไม่เที่ยง ไม่พอใจก็เป็นของไม่เที่ยง ได้สิ่งไหนมา สิ่งนั้นหมดไปหายไป มันก็เป็นของไม่เที่ยง เป็นของที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป นั่นชื่อว่าความเป็นทุกข์
ท่านจึงว่า ทุกข์นี้ เป็นสิ่งที่ให้เราเข้าไปกำหนดรู้ด้วยปัญญา ไม่ใช่ว่าให้เราวิ่งหนีจากทุกข์ ไม่ใช่ให้เราไปกลัวทุกข์ หรือไม่ใช่ว่า ให้เราไปผลักดันทุกข์นั้น ให้มันหมดไปหายไป ทุกข์นี้เป็นสิ่งที่เรา จะต้องกำหนดรู้ด้วยปัญญา อย่างแท้จริง เมื่อเรากำหนดรู้ได้เมื่อใดแล้ว ความหลุดพ้น หรือความพ้นจากทุกข์ ก็จะปรากฏขึ้น นั่นจึงชื่อว่าการนับถือพุทธศาสนา การทำบุญทำทาน การปฏิบัติภาวนาทุกครั้ง เรามุ่งหวังเพื่อจะกำจัด ความเดือดร้อนต่างๆ ที่มีอยู่เป็นอยู่นี้แหละ ให้หมดไปหายไป แต่ถ้าเรามุ่งจะไปกำจัดแล้ว นี่เรียกว่าความเห็นผิด เริ่มปรากฏขึ้นแล้ว เพราะทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปกำจัด พอจิตที่คิดจะกำจัด จิตคิดจะผลักดัน มันก็เกิดการต่อต้าน เกิดการต่อสู้ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ มันจะต้องมีการต่อสู้ เมื่อมีการต่อสู้ มีการต่อต้านแล้ว มันก็จะเป็นเหตุ ให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน คือไม่ได้เดินไปหาสัมมามรรค ไม่ได้เดินเข้าไปหาทาง ที่จะนำมาซึ่งความสิ้นทุกข์ได้
การที่เราจะไม่ให้เกิดทุกข์ มาบีบคั้นในดวงใจของเรา อะไรก็แล้วแต่ เราอย่าไปพยายาม เพื่อไม่ให้ทุกข์เกิดขึ้น ให้เห็นตามความเป็นจริง อะไรก็แล้วแต่ เอากันง่ายๆแค่เรา อยู่ด้วยกันสามีภรรยา ลูกพ่อแม่อยู่ด้วยกัน มันก็ต้องมีการแบ่งแยก ความคิดก็ไม่สม่ำเสมอกัน สติปัญญาก็ไม่เท่ากัน ร่างกายสังขารก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อมีการ แบ่งแยกขึ้นมา เราอยากให้มันสม่ำเสมอกัน อยากให้ลูกนั้นคิดอย่างเรา อยากให้ลูกนั้นทำอย่างเรา อยากให้ภรรยาสามีนั้น ทำให้มันได้ดังใจเรา ความทุกข์ย่อมปรากฏขึ้น ความขัดแย้งก็ย่อมปรากฏขึ้น เพราะมันไม่ได้เป็นไปตามอำนาจ ไม่ได้เป็นไปตามความปรารถนาของใคร
ถ้าเรารู้เห็นตามความเป็นจริง นั้นคือการอยู่ร่วมกันด้วยสติ การอยู่ร่วมกันด้วยปัญญา มีสติมีปัญญา มาระงับยับยั้ง ความรู้สึกนึกคิดในใจของตนเอง นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่จะไปพยายาม แก้ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลอื่น ให้มาเป็นไปตาม ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็มีแต่ความขัดแย้ง มีความโต้แย้ง หรือมีแต่การโต้ตอบ คือเป็นเหตุให้เกิดการเป็นทุกข์ เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบปรบมือ เมื่อมีการสู้รบปรบมือแล้ว มันก็ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ แต่ผู้แพ้ผู้ชนะนั้น ผู้ที่ชนะคือใคร ? ก็คือกิเลสและตัณหา ที่ชนะเราตลอดไป เราก็คือผู้แพ้
« ย้อนกลับ
หน้า ๔ จาก ๑๒
หน้าถัดไป »
|
|

ทางเข้าวัด
สุขา สทฺธา ปติฏฐิตา
ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้
|
|