|
|
สำรับกับข้าว ๔
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
ฉะนั้น ในฐานะที่ว่า วันนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิดขึ้นมาในโลกทางร่างกาย ตรัสรู้คือการมีปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง ในสิ่งทั้งหลาย ที่พระองค์ทรงมีอยู่ ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้น กับตัวพระองค์เอง และกับวงศาคณาญาติ ตลอดถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นมาแล้ว หนีจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไปไม่พ้น
เมื่อรู้แจ้งเห็นจริงอย่างนี้แล้ว พระองค์จึงได้มีปัญญา ตรัสรู้เกิดขึ้น และเมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว พระองค์ก็ทรงละ ทรงปล่อยทรงวาง ในสิ่งที่มีนั้น ทำในสิ่งที่มีนั้นไม่ให้มันมี คือไม่ให้มีในดวงจิตดวงใจของพระองค์ ตายังมีอยู่ แข้งขายังมีอยู่ ชีวิตจิตใจยังมีอยู่ ญาติพี่น้องก็ยังมีอยู่ แต่ใจของพระองค์นั้น ไม่เกี่ยวข้องผูกพันสิ่งที่มีอยู่ เรียกว่ามีความสุขกับสิ่งที่มี และในสิ่งที่มันไม่มี คือมีเหมือนกับมันไม่มี มันไม่มีเหมือนมันมี อันนี้ ถ้าจะพูดตามภาษาชาวบ้าน เรียกว่า ปัญญา
ขอให้เราชาวพุทธทั้งหลาย ได้พินิจพิจารณา ให้รู้แจ้งเข้าใจ ได้เป็นผู้มีสติมีปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง ที่พระองค์ทรงได้รู้ได้เห็นแล้ว เพราะหลักธรรมปฏิบัติ พระองค์วางบัญญัติเอาไว้ ให้เราได้ศึกษา ให้ได้ประพฤติปฏิบัติ เรียนรู้ทำความเข้าใจ ในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น เราจะเอาแต่การทำบุญ ไหว้พระ นั่งสมาธิภาวนา หรือทำบุญทำทาน ตามกาลสมัย แล้วก็ปรารถนาอยากจะให้เป็นอย่างนั้น ปรารถนาอยากจะให้เป็นอย่างนี้ อยากมั่งอยากมี อยากร่ำอยากรวย อยากสวย อยากงาม อะไรต่างๆ ซึ่งมันตรงข้ามกับพระธรรมคำสั่งสอน ของพระองค์
ถ้าทำอย่างนั้น เป็นการทำบุญเพื่อสร้างสมกองกิเลส คือการทำบุญเพื่อก่อให้เกิดทุกข์ ก่อให้เกิดโทษแก่ตนเอง ทั้งในปัจจุบันนี้และอนาคตข้างหน้า ฉะนั้น การทำบุญในทางพระพุทธศาสนา ท่านให้ทำเพื่อสติและปัญญา เพื่อจะได้รู้แจ้งเข้าใจในชีวิต ในร่างกายสังขารของตนเองนี้ ว่าเป็นสิ่งที่เราท่านทั้งหลาย ควรเรียนรู้ เพราะธรรมะทั้งหลายอยู่ที่นี่ ธรรมะเป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้กราบไหว้บูชาเฉยๆ
จึงจะขอฝากเอาไว้ กับบรรดาพ่อแม่พี่น้อง ลูกเต้าเหล่าหลาน ทุกท่านทุกคน ให้ทุกคนมุ่งมั่น ในคุณงามความดี ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธศาสนา ให้มีความเคารพเชื่อฟังต่อบิดามารดา และเคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ ประพฤติตัวปฏิบัติตน ให้พอเหมาะพอควรกับฐานะของตนเอง เราเป็นลูกก็ต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสม กับความเป็นลูกที่ดี ของคุณพ่อคุณแม่ เชื่อฟังคำบอกคำกล่าวคำสั่งคำสอน คำตักคำเตือนของพ่อแม่ เพราะว่าพ่อแม่นั้น เป็นผู้ที่ผ่านโลกมาก่อน รู้ว่าอะไรผิด อะไรดีอะไรไม่ดี เราอย่าไปคิดว่า เราเรียนสูงกว่าพ่อกว่าแม่ เรามีความรู้มากกว่าพ่อกว่าแม่ แล้วไม่ให้ความเคารพ
« ย้อนกลับ
หน้า ๔ จาก ๕
หน้าถัดไป »
|
|

ศาลาวัด
ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา
ความหิว
เป็นโรคอย่างยิ่ง
|
|