หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ปฏิบัติ ทำไม ?   ๕
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       ดังนั้นถ้าชีวิตของเราไม่มีอยู่ ถ้าร่างกายสังขารของเรา ไม่ตั้งอยู่แล้ว เพชรนิลจินดาข้าวของเงินทอง ไม่มีค่าสำหรับ ร่างกายของเราแล้ว สิ่งที่มีค่า เป็นของเน่าเปื่อยผุพังไปแล้ว ความมีค่าแห่งชีวิต จะเหลืออะไรไว้ ร่างกายแตกสลายไปแล้ว เหลืออะไรไว้ ? เหลือชีวิตคือความดี เหลือชีวิตคือความถูกต้อง ความดีและความเป็นธรรมะ เมื่อเราได้ธรรมะประดับชีวิตแล้ว ชีวิตนี้เป็นอมตะ ไม่ตาย

       ความดีไม่มีคำว่า ตายหรือสาบสูญ พระพุทธเจ้าท่าน ปรินิพพานไปแล้ว ๒,๕๐๐ กว่าปี ความดียังปรากฏอยู่ในโลกนี้ ไม่มีการสาบสูญ เป็นอมตะอยู่อย่างนี้ แม้พระพุทธเจ้าเกิดขึ้น มาตรัสรู้ปฏิบัติได้ ก็ยังดีอยู่อย่างนี้ ใครประพฤติปฏิบัติไม่ได้ ก็ยังเลว ยังไม่ถูกต้องอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นความดีความถูกต้อง เป็นสิ่งที่ควรกระทำ ควรรักควรหวงแหน ควรเทิดทูนบูชา ให้เกิดให้มีขึ้น สำหรับชีวิตของเรา กำไรสำหรับชีวิตของเรา จึงจะมีขึ้น ไม่ใช่กำไลมือกำไลแขน มีความเป็นอยู่ ที่ยังลุ่มหลงในโลก ในทรัพย์สมบัติ ในชื่อเสียงเกียรติยศ ลุ่มหลงในหน้าที่การงาน ไม่ได้มองเข้ามาหาชีวิตที่แท้จริง

       สมมุติว่า เราถอดร่างกายสังขารออก ขณะนี้เดี๋ยวนี้ ทุกส่วนในร่างกาย ทั้งที่ร่างกายยังมีอยู่ ก็จะแยกออกได้ว่า อะไรคือชีวิต ชีวิตจริงๆไม่ได้ผูกพันกับร่างกายสังขารก้อนนี้ ชีวิตก็ส่วนชีวิต ร่างกายก็ส่วนร่างกาย เปื่อยเน่าผุพัง เราก็ยังเป็นเราอยู่อย่างนี้ การปฏิบัติภาวนานั้น ให้เราแยกแยะออกว่า ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน

       เดี๋ยวนี้เราเห็นแจ้งชัด ไม่ยึดไม่ผูกพัน ความทุกข์ ความเดือดร้อนวุ่นวาย ก็ไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเมื่อไร เข้าไปยึดถือผูกพัน ความทุกข์ก็เกิดขึ้นทันที เดี๋ยวเจ็บตรงนั้น เดี๋ยวเจ็บตรงนี้ เดี๋ยวไม่สบายอย่างนั้น เดี๋ยวไม่สบายอย่างนี้ เพราะว่าชีวิตนี้ เข้าไปผูกพันกับร่างกายสังขาร แต่ถ้าจิตแยกออกจาก ร่างกายสังขาร ก็เป็นคนละส่วนกัน เราจะได้รู้เข้าใจ เมื่อรู้ เข้าใจแล้ว สิ่งที่เราต้องการที่สุดในโลก คืออะไร ? เราก็จะได้สมหวังสมดัง ที่แสวงหามาให้เป็นให้เกิดประโยชน์

       ความสุขอันใด ที่ยังไม่เกิดขึ้น ศีลใดที่ยังไม่มี สมาธิอันใดที่ยังไม่แก่กล้า เราจะปฏิบัติภาวนา ให้ศีลให้สมาธิของเรานั้นแก่กล้า จนสามารถตัดกิเลสและตัณหา ภายในดวงจิตดวงใจของเราได้ เมื่อเราตัดกิเลสและตัณหา ภายในจิตใจของเราแล้ว จิตนี้ก็ไม่ยึดไม่ถือ ไม่ผูกพันร่างกายสังขารของตน และร่างกายสังขารของบุคคลอื่น

       เมื่อจิตไม่ยึด จิตไม่ถือ จิตไม่ผูกพันแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ? ก็คือความสะอาดความสว่าง ความสงบทางจิตใจ จิตใจมีแต่ความสงบอยู่ รู้อยู่เห็นอยู่เฉพาะหน้าเท่านั้น ทุกข์ ทั้งหลายก็ไม่เกิดขึ้น เหมือนเรานั่งปฏิบัติภาวนาอยู่กันขณะนี้ มีแต่ความสุขความสงบ ความชุ่มฉ่ำอยู่ภายใน หาความทุกข์เดือดร้อนไม่ได้ นี่คือผู้เข้าใจธรรมะ ผู้รู้ธรรมะ คือผู้ที่ปฏิบัติธรรมะได้ จะมีความสุขความสบาย แม้จะต้องนั่งอยู่ท่ามกลางอากาศอบอ้าว ก็มีความสุขความสบาย ความเจ็บความปวด จะเกิดขึ้น ก็มีความสุขความสบาย รู้เห็นตามความเป็นจริง ไม่ทุกข์ไม่เดือดร้อน


« ย้อนกลับ     หน้า ๕ จาก ๗     หน้าถัดไป »






หลวงพ่อใหญ่


ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ปฏิบัติธรรม
ตนเองอยู่เป็นสุข