หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ปฏิบัติ ทำไม ?   ๒
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงมาสอนให้เรามาเพ่งพิจารณา ดูอยู่รู้อยู่เห็นอยู่ เฉพาะตัวเราของเรานี้เท่านั้น นอกจากตัวเรา ไม่มีอะไรอื่นในโลกนี้ ท่านให้เรามองเห็นโลกนี้ อย่างแจ่มแจ้งอย่างแจ้งชัด คือถ้ามองเห็นว่าเป็น สักแต่ว่าเท่านั้นเอง เราจะไปห้ามโลกนี้ ไม่ให้หมุนไม่ได้ ห้ามพระอาทิตย์ ไม่ให้เกิดขึ้น ส่องมาก็ไม่ได้ เราห้ามสิ่งเหล่านั้นไม่ได้

       ในเมื่อห้ามไม่ได้แล้ว เราจะห้ามชีวิตของเรา ให้หยุดอยู่อย่างนี้ ก็ห้ามไม่ได้ เมื่อเราห้ามชีวิตเราไม่ได้ เราก็ห้ามโลกไม่ได้ ห้ามการนินทา ห้ามการสรรเสริญเยินยอ ห้ามคำกล่าวว่าร้ายไม่ได้ แต่สิ่งที่เราห้ามอยู่ คือชีวิตจิตใจของเรา ห้ามไม่ให้มันนึกเป็นทุกข์ ห้ามไม่ให้จิตนี้เดือดร้อน ให้จิตนี้หยุดอยู่ สงบอยู่นิ่งอยู่ภายในเท่านั้น แต่ชีวิตคือร่างกายสังขารนี้ ห้ามไม่ได้

       ชีวิตนี้แยกเป็นหลายอย่าง ชีวิตคือจิตใจอย่างหนึ่ง ชีวิตคือร่างกายอย่างหนึ่ง บางคนว่า ชีวิตคือวิญญาณอย่างหนึ่ง ความจริงแล้วชีวิตจริงๆ คืออะไร ? ไม่มีใครรู้ ชีวิตจริงๆแล้ว อยู่ที่ไหน ? ไม่มีใครทราบ การเกิดทางร่างกายสังขาร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขไม่ได้ ร่างกายสังขารนี้ เราทำบุญอันใดแล้ว ก็ย่อมจะเป็นไปตามบุญตามกรรม ที่ตนได้ทำไว้ แก้ไขไม่ได้

       เราจะแก้ร่างกายสังขารของเรานั้น แก้ไม่ได้ การศัลยกรรมตกแต่ง แก้ไขได้เฉพาะภายนอก การเปลี่ยนแปลงที่แก้ไขไม่ได้คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เมื่อเกิดแล้วย่อมแก่ เจ็บ ตาย สิ่งที่แก้ไขได้อยู่ที่ไหน ? ก็อยู่ที่จิตใจความดีงาม อยู่ที่จิตใจความรู้สึก ผิดชอบชั่วดี เราจะแก้ไขชีวิตของเรา แก้ไขอาถรรพณ์ เสริมชีวิตเสริมมงคล เสริมที่จิตใจดวงนี้ คือไม่ให้จิตใจดวงนี้ ไปคบกับคนพาล ไปคบกับการพนัน ไปคบกับสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ เราคบกับบัณฑิตนักปราชญ์ รู้ความฉลาดในดวงจิต มาคบกับความสงบ มาคบกับสมาธิ มาคบกับปัญญา สร้างสมาธิปัญญาให้เกิดขึ้น ในดวงจิตดวงใจแล้ว จึงได้เพ่งพิจารณา เห็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ตามความเป็นจริง ไม่มีสิ่งใดมาแก้ไขโลกได้ นอกจากจิตใจของเรา

       ถ้าทุกคนมุ่งแก้จิตใจของตนเองแล้ว โลกนี้ก็จะมีความสุข ชีวิตเราจะมีแต่ความสุข ถ้าหากเราแก้ไขบุคคลอื่น คิดจะแก้สังคม ชีวิตนี้ก็จะ ไม่พบกับความสุขเลย แต่ถ้าคิดแก้ไขตนเอง ได้รู้ได้เห็นเข้าใจ ความสงบความสุขแม้น้อยนิด มีความรู้มีปัญญา ย่อมแก้ไขชีวิตตน ให้หลุดพ้นจากอบายมุข หลุดพ้นจากอบายภูมิต่างๆได้ จนเรารู้ว่าตัวเรานี้เป็นมนุษย์ที่แท้จริงแล้ว เราจะสามารถทำมนุษย์ ให้เป็นอริยบุคคล คือให้เป็นบุคคลที่ประเสริฐได้

       เรามองออกไปโลกภายนอก เห็นพี่น้อง เห็นพี่ป้า น้าอาลูกเต้าเหล่าหลาน เพื่อนฝูงมิตรสหาย ในวงงานวงสังคม ว่าในการกระทำต่างๆในการงาน ไม่ดีไม่ชอบไม่ควร คิดอยากจะแก้ไข อยากให้เขารู้และเข้าใจ ได้รู้เห็นธรรมะ ชีวิตของเขาจะได้สงบขึ้น นี้คือจิตใจของเรา เริ่มเกิดความเมตตาขึ้นแล้ว เริ่มมีความรู้ เริ่มมีปัญญาแสงสว่างขึ้นแล้ว พอที่จะแยกโลกออกได้ว่า อะไรผิดอะไรถูก อะไรไม่ดีไม่ชอบ ..คิดจะแก้ไข เพราะเราอยู่กับโลกอยู่กับสังคม


« ย้อนกลับ     หน้า ๒ จาก ๗     หน้าถัดไป »






หลวงพ่อใหญ่


ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ปฏิบัติธรรม
ตนเองอยู่เป็นสุข