หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ปฏิบัติ ทำไม ?   ๑
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       การฟังเทศน์ฟังธรรมบรรยายนี้ เราจะต้องปฏิบัติิด้วย คือทำใจให้สงบ ทำใจให้สบาย อย่าส่งจิตไปอื่น ให้เก็บรู้อยู่ เห็นอยู่เฉพาะตัวเราเท่านั้น คือเฉพาะที่เรานั่ง นั่งที่ไหนก็ให้ จิตอยู่ที่นั่น อย่าส่งจิตไปนอกกายของเรา ให้พิจารณาอยู่ดูอยู่ เห็นอยู่เฉพาะลมเข้าลมออกเท่านั้น ธรรมะทั้งหลายจึงเกิดขึ้น หากว่าจิตนี้ไม่หยุดจิตไม่นิ่ง จิตคิดฟุ้งซ่านรำคาญ เดือดร้อนวุ่นวาย กระสับกระส่าย การปฏิบัติของเราก็ไร้ผล คือไม่ได้ผล ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

       การที่เราอาศัยการอบรมหรือการฟังบรรยาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจ ให้เรามีกำลังใจในการปฏิบัติ บางทีบางครั้ง ต้องอาศัยกำลังจากครูบาอาจารย์ ให้ท่านให้กำลังใจแก่เรา อาศัยความปลอบใจ อาศัยความผลักดันบางประการ เพราะว่าใจของคนเรานั้น ส่วนมากส่วนใหญ่แล้ว ก็มักจะเอาความสบายเป็นที่ตั้ง คือถ้าปฏิบัติไม่สบายแล้ว ก็หาว่าการปฏิบัตินั้นขัดข้อง การปฏิบัตินั้นไม่เป็นสุข คงไม่ถูกทิศถูกทาง หรือไม่ถูกพุทธศาสนา

       โดยส่วนมากส่วนใหญ่ ปฏิบัติแล้วก็อยากจะให้เป็นสุข ถ้าไม่เป็นสุขแล้ว ก็ไม่รู้จะปฏิบัติไปทำไม เพราะเราเข้าใจว่า เมื่อปฏิบัติแล้ว จะต้องให้ได้รับความสุข ชีวิตปัจจุบันนี้ ก็มีแต่ความทุกข์ มีแต่ความเร่าร้อน ชีวิตอยู่กับการงาน ชีวิตอยู่กับครอบครัว หรือว่าชีวิตความเป็นอยู่ขณะนี้ ถ้าหากจิตไม่สงบ จิตไม่มีสมาธิ จิตไม่ตั้งมั่นแล้ว ความสุขทั้งหลายทั้งปวง ที่มีอยู่ก็จะหายไปเช่นกัน

       โดยเฉพาะความสุขที่ได้จากสมบัติ ความสุขที่มีชีวิตอยู่ โดยไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ความสุขที่เรา ได้รับความอบอุ่นจากผู้ปกครอง จากผู้บังคับบัญชา คุณพ่อคุณแม่ พี่ป้าน้าอา เพื่อนฝูงมิตรสหาย ให้ความรักความนับถือ อันนี้ชื่อว่า เป็นความอบอุ่น ความมีชีวิตชีวาอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากว่า ถูกเขาเหล่านั้นทอดทิ้ง ก็เหมือนกับว่า เราอยู่ในโลกนี้แต่เพียงผู้เดียว โดยหาที่พึ่งพาอาศัยไม่ได้

       ซึ่งล้วนเกิดจากการ กล่าวตู่ของเราเท่านั้น คือคนทุกคน มีความเห็นแก่ตัวแก่ตนอยู่ มักจะตู่เอาสิ่งนั้น มาเป็นของเรา มักจะตู่เอาสิ่งนี้ มาเป็นของเรา ตู่อยากจะให้เขารัก ตู่อยากจะให้เขาเห็นอกเห็นใจเรา ทั้งที่เขาก็ไม่รู้เรื่องเลย เขาก็ไม่มีจิตใจผูกพันกับเราเลย มีแต่เราไปตู่เอาเท่านั้น ว่าทำไมเขาจึงไม่รักเรา ทำไมเขาจึงไม่เห็นอกเห็นใจเรา ทำไมมันจึงเป็นอย่างนั้น ทำไมมันจึงเป็นอย่างนี้ ส่วนใหญ่แล้ว เพราะว่า เราไม่ได้เข้าใจชีวิตของเราอย่างแท้จริง เรามักจะไปตู่เอาสิ่งอื่น มาประกอบเป็นชีวิตของเรา ทุกข์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น


    หน้า ๑ จาก ๗     หน้าถัดไป »






หลวงพ่อใหญ่


ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ปฏิบัติธรรม
ตนเองอยู่เป็นสุข