หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     เนื้อนาบุญ   ๕
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       บางคนนั้น คิดว่า ทำที่ไหนก็ได้ ความเป็นจริง ทำที่ไหนก็ได้ ถ้าคนรู้จักบุญ แต่ที่เราจะต้องไปทำที่โน่นที่นี่ จะต้องไปบำรุงตรงนั้น จะต้องไปสงเคราะห์ตรงนี้ ก็เพราะว่า การที่เราจะต้อง เลือกเนื้อนาที่เราจะเพาะปลูกพืช เขาจะปลูกพืช ปลูกต้นไม้ หรือว่าทำนา ทำอะไรต่างๆก็แล้วแต่ ก็ต้องเลือกดิน เลือกดิน เลือกน้ำ เลือกอากาศ ที่จะทำแล้วให้เกิดมรรคเกิดผล หรือว่าเกิดผลประโยชน์ ให้เกิดขึ้น

       อย่างเขาจะปลูกส้ม เขาก็ต้องดูว่า ดินที่ไหน มีอากาศที่ไหนมันเหมาะ ที่จะเอาส้มลง ดินที่ไหนมันเหมาะ ที่จะปลูกมะขามหวาน ดินที่ไหนมันเหมาะ ที่จะปลูกสับปะรดอะไรต่างๆ เขาก็ต้องศึกษาอย่างนั้น ที่ไหนมันเหมาะอะไร เขาก็ลงพืชอันนั้น แล้วผลผลิตออกมา มันก็ได้ประโยชน์ มาเลี้ยงตนเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงประเทศชาติบ้านเมือง ดีไม่ดี ก็ส่งออกไปขายต่างประเทศได้ อันนี้ ก็เพราะการที่ว่า เลือกดิน ที่เราจะเพาะปลูกฉันใด การทำบุญทำทานนี่ก็เหมือนกัน เราจะต้องเลือก เนื้อนาบุญ

       เนื้อนาบุญนั้นก็คือ วัดวาอาราม หรือพระภิกษุสงฆ์ ผู้ที่ถือบวชเข้ามา ในพระพุทธศาสนาแล้ว เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติเพื่อหาทางพ้นทุกข์ พ้นทุกข์นั่น เป็นเนื้อนาอันประเสริฐ ของบรรดาอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ที่จะเพาะปลูก เพาะหว่านลงไป ที่จะทำบุญทำทาน ที่จะได้รักษาศีล เจริญธรรมกัมมัฎฐาน อันนี้จะได้ทำให้เราได้เกิดปัญญา เพราะการที่จะทำบุญตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็จะทำให้เรา ได้ความรู้วิชาปัญญา ได้แง่คิด แง่ธรรม ที่จะนำมาประพฤติปฏิบัติ มาพัฒนาตัว พัฒนาตน พัฒนาชีวิตจิตใจของเรา ผลบุญผลทาน ที่เราทำไปแล้ว มันก็ไม่สูญเปล่า เงินทอง ที่เราให้ไป มันก็ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้ไปเข้าพก เข้ากระเป๋าใคร ได้ไปบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ไปบำรุงวัดวาอารามอย่างถูกต้อง ไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีอะไรต่างๆ ที่มันจะเป็นการ ทำให้เนื้อนาบุญของเรา บุญของเรา ที่เราทำไปแล้ว มันตกหล่น ตกหายไป อันนี้อาตมาจึงพูดอยู่เสมอว่า ทำบุญทำทาน กับพระเจ้า พระสงฆ์ จะต้องดูให้ดีว่า เราทำบุญจริงหรือไม่ หรือว่าเราไปบำรุงพระ บำรุงพระศาสนา หรือว่าเราไปบำเรอพระ บำเรอพระพุทธศาสนา มากเกินไปหรือเปล่า อะไรทำนองนี้

       จุดมุ่งหมายของการทำบุญ ทำทานนั้น ก็เพื่อทำให้เราเกิดปัญญา ทำไม ท่านจึงว่าทำบุญกับพระพุทธเจ้า ได้บุญมากกว่า ทำบุญกับพระสงฆ์ พระอริยเจ้า ทำบุญกับพระพุทธเจ้า ที่มีพระอริยสงฆ์เป็นจำนวนมาก ที่มีพระพุทธเจ้า เป็นประธาน ทำไมจึงมากอย่างนั้น ทำไมจึงได้อานิสงส์มาก เพราะเขากล่าวไว้ว่า เป็นอานิสงส์เฉยๆ แล้วอานิสงส์นั้นคืออะไร ? ก็ไม่รู้ ส่วนมากส่วนใหญ่ เราก็ว่า คำว่า อานิสงส์ เราก็หมายถึงว่า เราคิดอะไร เราปรารถนาสิ่งไหน เมื่อเราทำบุญลงไปแล้ว ก็ได้ตามที่เราคิด ตามที่เราปรารถนา เรามักจะคิดอย่างนั้น นั่นไม่ใช่อานิสงส์

       อานิสงส์ที่แท้จริง ก็คือ การที่เราไปทำบุญกับพระอริยเจ้า เราทำบุญกับท่านแล้ว เราก็จะได้ฟังเทศน์ ฟังธรรมจากท่าน เมื่อเราได้ฟังเทศน์ ฟังธรรม จากท่านแล้ว เราได้นำเทศน์นำธรรมนั้น มาประพฤติปฏิบัติ มาสอนจิต สอนใจของเรา มาประพฤติตัว ปฏิบัติตน ตามคำสั่งสอนนั้น จนตนตัวของเรานั้น เป็นผู้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข มีสัมมาอาชีพ มีความเห็นถูก เห็นชอบ ตามทำนองคลองธรรม ตามคำบอกคำสอนของพระพุทธองค์ แล้วประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนนั้น ชีวิตของเรา ก็จะประเสริฐ ชีวิตของเราก็จะรู้แจ้งเห็นจริง ตามความเป็นจริงในธรรมทั้งหลาย นั่นคำว่าประเสริฐ ก็ประเสริฐตรงนั้น ที่เราได้ฟังธรรมจากพระองค์แล้ว เราก็นำมาปฏิบัติ


« ย้อนกลับ     หน้า ๕ จาก ๖     หน้าถัดไป »






กุฏิสงฆ์


ทุลฺลภา ขณสมฺปตฺติ
ความถึงพร้อมแห่งขณะ
หาได้ยาก