หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ขึ้นต้นไม้   ๔
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่ "ละ" ทีละอย่างทีละขั้นตอน อย่างที่แบบที่ตำราว่าไว้หรอก อันนั้นเป็นเรื่องแบบเรื่องตำรา ส่วนเรื่องจิตของคนเรา มันเร็วกว่านั้น เพราะฉะนั้นการ ละ แต่ละอย่างแต่ละอัน มันไม่ใช่ว่า เราละอันนี้แล้วเหลืออันนั้น หรือละอันนั้นเหลืออันนี้ แล้วเข้าสู่อันนั้น มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น คือ "ละ" ตัวหนึ่งได้มันได้หมด "ตัด" ตัวเดียวได้มันได้หมด มันของอยู่ด้วยกัน เป็นของเนื่องกัน มันไม่ใช่ว่า เป็นของที่แยกกันอยู่ ไม่ใช่อยู่คนละที่คนละทางซะเมื่อไหร่ มันอยู่ในใจ ดวงนี้ดวงเดียวเท่านั้น ทุกอย่างมันก็อยู่ในใจดวงนี้

       เมื่อทำจิตทำใจดวงนี้ให้เกิดขึ้น ให้มีสติให้มีปัญญามากขึ้น การตัดมันก็ตัดที่จิตนี้ ไม่ได้ตัดที่อื่น การละก็ละที่จิต ไม่ได้ไปละที่อื่น การรู้ก็รู้ที่จิตนี้ ไม่ได้ไปรู้ที่อื่น ไม่ใช่ค่อยลด ค่อยละทีละอย่างทีละอัน อย่างเขาว่า วิตกวิจาร มันก็มีกันทุกคน ความตรึกนึกคิด ใคร่ครวญไตร่ตรอง มันก็มีกันทุกคน เมื่อมันละวิตกได้แล้ว มันจะมีวิจารมาจากไหน วิจาร มันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ที่มันเกิดวิจาร ก็เพราะมันมีวิตก มีความวิตกมีความกังวล มันก็มีวิจาร ก็คิดเรื่อยไป ปรุงเรื่อยไป แต่งเรื่อยไป มันก็อยู่ที่เดียวกันแหละ

       เมื่อมันวิจารได้แล้ว ก็กลายเป็นปิติ มันก็อยู่ที่เดียวกัน เมื่อมันมีปิติมันก็เป็นสุข อันเดียวกัน ปิติที่ไหนสุขที่ไหน ? ก็ปีติที่ใจสุขที่ใจ ความเป็นเอกัคคตา ความเป็นอุเบกขา ก็เป็นที่ใจอยู่อย่างเก่านั่นแหละ มันไม่ใช่การค่อยๆละไป ทีละอย่างทีละอันหรอก มันเหมือนกับเราขึ้นต้นไม้ ถ้าเราหล่นตุ๊บจากต้นไม้ มันไม่ใช่ ค่อยๆลงมาทีละเมตร อยู่ระหว่างเท่านั้นเมตร อยู่ระหว่างเท่านี้เมตร

       สมมุติว่าขึ้นต้นไม้ ๔ เมตร นี่เอ้าขึ้นไปได้ ๔ เมตร นี่มันค่อยๆตกลงมา แล้วคอยวัดทีละเมตร อย่างนั้นหรือเปล่า มันตุ๊บเดียวเจ็บ เราไม่รู้หรอกว่า กี่เมตรกี่เมตร ตุ๊บเดียวเจ็บ เกิดเวทนาขึ้นมา รู้ทันทีเลยเห็นไหม ในปฏิจจสมุปบาทที่เป็นการเปรียบเทียบ ในลักษณะของการตกต้นไม้..
                 อวิชชา ปัจจยา สังขารา
                 สังขาระปัจจยา วิญญาณัง
                 วิญญาณปัจจยา นามะรูปัง
                 นามะรูปะปัจจยา สฬายะตะนัง
                 สฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส
                 ผัสสะปัจจยา เวทนา
                 เวทนาปัจจยา ตัณหา
                 ตัณหาปัจจยา อุปาทานัง
                 อุปาทานปัจจยา ภโว
                 ภวปัจจยา กลายมาเป็น ชรา พยาธิ มรณะ

       เริ่มต้นที่อวิชชา แล้วก็มาที่เวทนา จบลงที่ทุกข์ แล้วก็ เวียนมาหาอวิชชาอีกอย่างเก่า อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร, สังขารเป็นปัจจัย ให้เกิดวิญญาณ, วิญญาณเป็นปัจจัย ให้เกิดนามรูป, นี่ถ้าไล่ไปนะ มันเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน เป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน ต่อเนื่องกันเรื่อยๆไป นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดอายตนะ, อายตนะเป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ, ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา, เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา, ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน, อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ, ภพเป็น ปัจจัยให้เกิดชาติ, ชาติเป็นปัจจัยให้เกิดชรา พยาธิ มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์


« ย้อนกลับ     หน้า ๔ จาก ๑๐     หน้าถัดไป »






ทางขึ้นพระธาตุ


จิตฺตํ วลญฺเชติ สญฺญา
สัญญานั้นหลอกจิต