|
|
ขึ้นต้นไม้ ๒
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
ทีนี้เราผู้เป็นสาวกก็เหมือนกัน สาวกพุทธะเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า จะเป็นสาวกพระพุทธเจ้าได้ ไม่ใช่ว่าการเข้าถึงพระรัตนตรัยเท่านั้น การขอถึงพระรัตนตรัยเท่านั้น จะต้องเป็นผู้ที่ทำความรู้ ทำวิชาทำปัญญาให้แจ้งด้วย จึงจะได้ชื่อว่า เป็นสาวกพุทธะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าได้อย่างน้อยๆ ก็เป็นโสดาบันบุคคล เป็นผู้ที่ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้เป็นโสดาบันบุคคล เป็นผู้ที่ได้ดวงตาเห็นธรรมนั่นแหละ จึงจะเชื่อว่าเป็น สาวกของพระพุทธเจ้า
ทีนี้โสดาบันบุคคล หรืออริยบุคคลในเบื้องแรกเบื้องต้น เลิกละกิเลสตัณหาอะไรได้บ้าง ซึ่งภาษาธรรมะเขาบอกว่า เป็นผู้ที่ละสังโยชน์ ๓ อย่าง สังโยชน์ตัวนี้ ก็หมายถึงความเกี่ยวข้อง ความผูกพัน ความร้อยรัด ชีวิตจิตใจของสัตว์ ให้ลุ่มหลงในกาย ผูกพันอยู่ในกาม จิตใจผูกพันอยู่ในกาย ไม่เห็นกายนี้ว่า เป็นสักแต่ว่ากาย ไม่เห็นกายนี้ สักแต่ว่าธาตุทั้ง ๔ ประชุมกันขึ้น สำคัญมั่นหมายว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา
เมื่อ ละ เครื่องร้อยรัดจิตใจตัวนี้ออกได้ ก็เห็นกาย สักแต่ว่ากายจริงๆ เห็นเป็นสักแต่ว่าธาตุทั้ง ๔ ประชุมกันขึ้นเท่านั้น ไม่เป็นตัวไม่เป็นตน ไม่เป็นเราไม่เป็นเขา เห็นเป็น สักแต่ว่าธาตุ เห็นด้วยปัญญาอย่างแจ่มแจ้งอย่างแจ้งชัด ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ในกายตนและกายบุคคลอื่น เห็นเป็นธาตุทั้ง ๔ จริงๆ ไม่มีเราไม่มีเขาในธาตุนั้น ท่านว่า ละ สักกายทิฎฐิได้ ละความเห็นแก่ตัวได้ เห็นว่าเป็นตัวเป็นเราเป็นเขาได้ ไม่มีความลังเลสงสัย ละวิจิกิจฉา ละความลังเลสงสัยได้
มีความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่สงสัยในพระรัตนตรัย ว่าเลิศยังไง ประเสริฐยังไง พระรัตนตรัยนั้น เป็นที่พึ่งที่อาศัย ของมวลมนุษย์สรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้อย่างแท้จริง กำจัดทุกข์ได้จริง กำจัดภัยได้จริง ทำให้คนพ้นทุกข์ได้จริง ใครก็ตาม ถ้ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว มีความเชื่ออย่างนั้น ไม่มีความสงสัย
สีลัพพตปรามาส ไม่เคลือบแคลงสงสัยในอะไรทั้งหมด ไม่เชื่อดวงเชื่อดาว ไม่เชื่อชะตาราศี วันคืน เดือนปี ไม่เชื่อ โชคลาง ไม่เชื่อเครื่องรางของขลัง ให้เชื่อว่า คนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนประพฤติปฏิบัติธรรมะ ย่อมรู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง ไม่เชื่อฤกษ์เชื่อยาม ไม่เชื่อภูตผีปีศาจ มีความเชื่อมั่นอยู่ในพระรัตนตรัย อย่างมั่นคง เป็นผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ นั่นชื่อว่า ได้เป็นอริยมรรคอริยบุคคล ในเบื้องแรกเบื้องต้น คือเป็นบุคคลที่หาความเสื่อมไม่ได้ มีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ถ้าใครละเครื่องร้อยรัดจิตใจ คือกิเลสทั้ง ๓ อย่างนี้ได้ ละ สังโยชน์ ๓ อย่างนี้ได้ ก็เป็นพระอริยเจ้า ในเบื้องแรกเบื้องต้น ที่จะก้าวไปสู่ ความเป็นพระอรหันต์ คือผู้ที่หมดไปสิ้นไป ซึ่ง กิเลสและตัณหา ในวันข้างหน้า
« ย้อนกลับ
หน้า ๒ จาก ๑๐
หน้าถัดไป »
|
|

ทางขึ้นพระธาตุ
จิตฺตํ วลญฺเชติ สญฺญา
สัญญานั้นหลอกจิต
|
|