|
|
ขึ้นต้นไม้ ๑
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
ใจมันไปผูกพันกับของภายนอก จะพยายามหาของภายนอก ให้มันดีให้มันพอ ทุกคนจะให้มันพอหมดแล้ว จึงจะหันมาปฏิบัติ เลยไม่เห็นความพร่องของจิตใจ เลยไม่ได้สนใจในธรรมะ ไม่ได้สนใจในการประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้ไม่มีปัญญา มันหลง มันหลงอยู่กับสิ่งภายนอก อยู่กับความสุขของภายนอก มันก็มีอยู่เยอะ มีอยู่มากทีเดียว แต่คนที่เขามีปัญญา คนที่เขามีความรู้สึกนึกคิด มีสติมีปัญญาแล้ว เขามีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ในจิตใจของเขา ดูเหมือนว่า มันขาดไปอย่างหนึ่ง เขาจึงได้เสาะแสวงหา สิ่งที่มันขาดนั้นน่ะ เพื่อเอามาต่อเติมเสริมสร้าง ให้มันดีมันพอ พอมาประพฤติปฏิบัติภาวนา มาทำสมาธิ ทำใจให้หยุด ทำใจให้สงบ ในใจมันผูกพัน เกี่ยวข้องกับวัตถุภายนอก ก็ปรากฏว่าจิตนี้มันอิ่ม จิตนี้มันเต็ม จิตนี้มันไม่ขาดตกบกพร่อง พอจะเห็นว่า มันเป็นคุณธรรมทางชีวิตจิตใจ คุณธรรมที่จะนำมาต่อเติม เสริมสร้างชีวิตของเรา ให้มันบริบูรณ์สมบูรณ์มากขึ้น เขาจึงได้สิ่งที่ประเสริฐสุด ในทางพระพุทธศาสนา
การทำสมาธิภาวนา จึงไม่ใช่การทำกันเล่นๆ หรือว่าทำกันสักแต่ว่า ทำตามกาลตามสมัยเท่านั้น ทำเพื่อก่อให้เกิด ที่ตั้งแห่งความสุข ความสงบความบริบูรณ์ สมบูรณ์ของชีวิตจิตใจอย่างจริงจัง ใจคนจะบริบูรณ์สมบูรณ์ได้ ก็ต้องอาศัยพุทธศาสนานี่แหละ เป็นเครื่องสนับสนุน เป็นเครื่องต่อเติมให้ บริบูรณ์สมบูรณ์มากขึ้น เพราะพุทธ พุทธะ นี่เป็นตัวรู้ ไม่ใช่ว่า พุทธะแต่การบริกรรม ไม่ใช่ว่าพุทธะเฉพาะแต่การพูด การ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเท่านั้น ความหมายของพุทธะ มันลึกซึ้ง กว่านั้นอีก พุทธะ แปลว่าตัวรู้ รู้แจ้งเห็นจริง เมื่อเราทำผู้รู้ให้เกิดขึ้น ว่าเป็นผู้มีพุทธะ มีพุทโธอยู่ในใจ มีธรรมะมีธัมโมอยู่ในใจ เราก็อาศัยตัวรู้ ตัวพุทธะนั่นเอง
ท่านจึงทรงตรัสว่า ใครก็ตามเมื่อเห็นธรรมแล้ว ย่อมเห็นตถาคต ถ้าไม่เห็นธรรม ก็จะไม่เห็นตถาคต เพราะว่าพระพุทธเจ้า จะอุบัติขึ้นได้ในโลกนี้ ก็ต้องอาศัยธรรมะ เป็นผู้ตรัสรู้ธรรม คนแรกองค์แรก เป็นผู้คิดค้นธรรมะ รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม จึงทำให้เป็นพุทธะ เป็นพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าประเสริฐกว่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย และเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เอง โดยไม่มีครูไม่มีอาจารย์ ถ้าเมื่อใดที่พระองค์ ได้รู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจทั้ง ๔ อย่างแจ้งชัดแล้ว เมื่อนั้นพระองค์จึงจะ ประกาศตนว่า เป็นครูเป็นอาจารย์ของมนุษย์ ของเทวดารู้แจ้งประจักษ์ จึงจะประกาศตนว่าเป็น พุทโธพุทธะ ถ้าไม่รู้แจ้งเห็นจริง ในอริยสัจทั้ง ๔ อย่างแจ้งชัดแล้ว พระองค์ จะไม่ประกาศตนว่าเป็น พุทโธ พุทธะ
หน้า ๑ จาก ๑๐
หน้าถัดไป »
|
|

ทางขึ้นพระธาตุ
จิตฺตํ วลญฺเชติ สญฺญา
สัญญานั้นหลอกจิต
|
|