หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     คนสุข คนเย็น   ๔
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       ไม่ว่าเราทำอะไร ทำมาหากิน ทำมาหาเลี้ยงชีพ ประกอบอาชีพการงาน ด้านไหนก็ตาม เราได้สิ่งต่างๆเหล่านั้นมา เพื่อมาบำบัดทุกข์ ที่มีอยู่ในจิตใจของเรา แต่สิ่งเหล่านั้น จะบำบัดทุกข์เราได้ ก็เพียงชั่วครู่หนึ่ง ขณะหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่จะบำบัดทุกข์เราให้มัน หมดไปหายไปจริงๆ ไม่มีทุกข์อยู่ในใจจริงๆ ก็คือ ดวงสติและปัญญา ที่เราจะต้องสร้าง ต้องทำให้เกิดให้มีขึ้น เหมือนกับ พระพุทธเจ้า และพระอริยเจ้าทั้งหลาย ที่ท่านดับทุกข์ดับร้อน ภายในใจของท่านได้แล้ว ก็เพราะท่านเป็นผู้มีปัญญา อันประเสริฐ รู้แจ้งเห็นจริง ตามความเป็นจริง ในชีวิตจิตใจของพระองค์ท่าน ว่าสิ่งทั้งหลายที่มีที่เป็นอยู่นี้ มันเป็นเหตุเป็นปัจจัย ทำให้เราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้เราต้องทุกข์ ต้องเดือดร้อน จึงได้ไปเชื่อ ความนึกคิดของตนเอง ความคิดนึก ที่มีอยู่ เป็นอยู่ในจิตใจ ของแต่ละท่านแต่ละคน กับความคิดนึก ของผู้ประพฤติปฏิบัติ กำลังประพฤติปฏิบัติอยู่นั้น มันเป็นไปเพื่อภพเพื่อชาติ เป็นไปเพื่อ ความทุกข์ยากลำบาก

       พระองค์จึงไม่ไปทรงเชื่อ ความคิดนึก ของพระองค์ตรงนั้น แล้วก็มาฝึกมาหัด มาขัดมาเกลา ก็คือ ขัดใจตนเอง นั่นเอง ส่วนมากส่วนใหญ่ คนเรามีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง ชอบทำอะไรตามใจตน ไม่ชอบขัดใจตน

       เพราะฉะนั้น เมื่อมีบุคคลอื่นมาขัดใจเรา ก็เลยเป็นทุกข์ เป็นร้อน เดือดร้อนวุ่นวาย ว่าเขาไม่เห็นใจเรา เขาไม่ทำอะไร ให้มันเป็น ที่ถูกอกถูกใจของเรา เพราะอะไร ? เพราะเราเป็นคน ที่ตามใจตนเองอยู่เสมอ นึกอยากอะไร นึกอยากทำอะไร อยากพูดอะไร อยากกินอะไร ก็ให้มันเป็นไปตาม ความอยาก ความปรารถนา ไม่เคยขัดจิตขัดใจของตน

       แต่การประพฤติวัตร ปฏิบัติธรรม การฟังเทศน์ฟังธรรม นั้น เป็นการฟัง เพื่อขัดเกลาจิตใจของเรา คือขัดเกลากิเลส ใจนี้ มันเป็นใจกิเลส ขัดเกลาจิตใจ ที่มีกิเลสออก ให้เห็นความผ่องใสของจิตใจ ให้เห็นแก้ว เห็นมณีอันประเสริฐ อยู่ในดวงจิตดวงใจของเรา แก้วมณีอันประเสริฐนั้นก็คือ ดวงจิตดวงวิญญาณ ที่ประกอบอยู่ ด้วยความรู้ วิชา ปัญญา คือรู้แจ้งเห็นจริง ตามความเป็นจริง ในกายตน และกายบุคคลอื่น

       รู้แจ้งเห็นจริง ในจิตใจของตนเอง หรือจิตใจของบุคคลอื่น นั่นคือ จิตกิเลสมันหมดไปแล้ว แก้วใสที่เกิดขึ้นในดวงใจ คือปัญญานั้น ก็จะรู้แจ้ง ตามความเป็นจริง เมื่อรู้แจ้ง ตามความเป็นจริงแล้ว ทุกข์มันก็ไม่มี มีแต่สิ่ง ที่มันมีอยู่เป็นอยู่ตามปกติ ตามธรรมชาติของมัน คือมีแต่ความเป็นจริง ที่เราได้ประจักษ์ด้วยตา ที่เราได้ประจักษ์ได้รู้ด้วยหู ได้ยินด้วยหู ได้สัมผัสด้วยกาย นั่นคือ ความเป็นจริงทั้งหลาย ที่เราได้สัมผัสอยู่ ความเป็นจริงเราไม่ต้องไปเอามาจากไหน ไม่ได้มีอยู่บนฟ้าบนอากาศ หรือไม่ได้อยู่กับพระพุทธเจ้า ไม่ได้อยู่กับพระอริยเจ้า


« ย้อนกลับ     หน้า ๔ จาก ๖     หน้าถัดไป »






ระหว่างก่อสร้าง
อาคารหอสมุด


นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
ความสุขอื่น
ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี