หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     คนสุข คนเย็น   ๒
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       อารมณ์นั้นคือ ธรรมะ อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ เป็นธรรมะ ที่ปรากฏขึ้นในจิตใจของเรา ถ้าเรามารู้อยู่ตรงนี้ เฝ้าดู เฝ้ารู้อยู่ตรงนี้ อะไรที่มีอยู่ เป็นอยู่ในใจ ก็ให้เฝ้าดูเฝ้ารู้อยู่ตรงนั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ขณะนี้ เดี๋ยวนี้กำลังตั้งอยู่ แล้วอีกไม่ช้าไม่นาน เขาก็จะเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่น ถ้าเราเห็นอย่างนี้แล้ว ท่านว่าเห็นธรรม ได้ดวงตาเห็นธรรม การได้ดวงตาเห็นธรรมอย่างนี้ ทุกข์มันไม่เกิด มันไม่มีสิ่งต่างๆเหล่านั้น จะไม่มาบีบคั้นดวงใจของเราอีก ความอึดอัดขัดข้อง จะไม่มาบีบคั้น ดวงใจของเรา ความรัก ความชอบ ความพอใจ จะไม่มาบีบคั้น ดวงใจของเรา เราจะเห็นเป็นแต่ว่า อารมณ์

       ที่ท่านว่า เห็นอารมณ์ สักแต่ว่าอารมณ์นั้น ก็คือเห็นอย่างนี้ คือไม่เอาอารมณ์นั้น มาเป็นเรา ไม่เอาอารมณ์นั้น มาเป็นของๆเรา ไม่ว่าอารมณ์นั้น จะดีจะร้ายยังไง ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เหมือนกับ ลมที่มากระทบกายเรา ลมร้อน ลมเย็นที่มากระทบกาย เราก็มีความรู้สึก แล้วลมนั้นเขาไม่ได้มีตัว ไม่ได้มีตน มากระทบเราแล้ว ก็ผ่านไป

       ถ้าเราจะไปวิ่งกับลม ที่มากระทบกายของเรา เราก็เป็นทุกข์เปล่า ถ้ามันร้อน ทำไมลมนี้มันร้อนเหลือเกิน ถ้ามันเย็น ลมเย็นพัดมา ทำไมลมนี้ มันเย็นเหลือเกิน เราก็จะมาเป็นทุกข์กับลม แต่ผู้ที่ รู้เห็นตามความเป็นจริงว่า ลมร้อน ถ้าลมร้อนแล้ว ทำยังไงมันจึงจะหายร้อน ทำไงความร้อน มันจึงจะหายไป เราผู้มีปัญญา ก็หาวิธี ที่จะหลบหลีก ลมร้อนนั้น หรือ เปลี่ยนแปลงจาก ลมร้อนให้เป็นลมเย็น โดยเฉพาะอารมณ์ ที่มันเกิดขึ้นในจิตใจ เราจะต้องพยายาม ปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเรา เมื่อรู้ว่ามันร้อน มันกำลังร้อน มันกำลังลุกเป็นไฟขึ้นมา ก่อนที่มันจะเผาตัวเอง แล้วก็ไปเผาบุคคลอื่น ทำให้บุคคลอื่นเดือดร้อน เราก็มาดับลมร้อนนั้นเสีย

       การดับลมร้อนนั้น ใช้อะไร ? ใช้ขันติ ใช้สติ ความระลึกรู้ แล้วก็ใช้ขันติ ความอดทน อดกลั้นเอาไว้ พยายามเอาน้ำธรรมตัวนี้ มาดับไฟโทสะ มาดับไฟความเร่าร้อน ภายในจิตใจ เพราะในโลกนี้ จะไม่มีอะไร ที่จะเป็นไปตามจิต ตามใจ ตามความอยาก ความนึกคิดของเรา ทุกอย่างไป บางทีมันได้ บางทีมันเสีย บางทีมันเป็นไปตามความอยาก ความปรารถนา บางทีมันก็ไม่เป็นไปตามนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันเกิดดับ เกิดดับอยู่ ตั้งแต่เรารู้เดียงสามาแล้ว หรือตั้งแต่ ยังไม่รู้เดียงสา มันก็เป็นอยู่อย่างนี้ เราจะมีความดิ้นรน กระวนกระวาย อยู่กับอารมณ์ ๒ อย่างนี้ตลอดเวลา

       ฉะนั้น การปฏิบัติภาวนานั้น ก็เพื่อให้มารู้ตรงนี้ เมื่อรู้ตัวนี้แล้ว เราก็จะเป็นคนสุข คนเย็น จะเป็นคนที่มีเหตุมีผล จะพูดจะว่าอะไร จะทำอะไร ก็จะไม่เอาแต่ใจตนเองเป็นหลัก จะไม่เอาแต่อารมณ์ของตนเองเป็นหลักเป็นเกณฑ์ เราก็นึกถึงอกเขาอกเรา เรานึกถึงใจเขาใจเรา เพราะคนเรา อยู่ร่วมกัน คนเราเกิดขึ้นมา จะอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ต้องมีสังคม มนุษย์ต้องเป็นมนุษย์ของสังคม อยู่ร่วมกับสังคม โดยเฉพาะสังคมในครอบครัว มีพ่อมีแม่ มีพี่มีน้อง หรือสังคมในการงาน สังคมกับสิ่งแวดล้อม อะไรกับสิ่งต่างๆเหล่านี้


« ย้อนกลับ     หน้า ๒ จาก ๖     หน้าถัดไป »






ระหว่างก่อสร้าง
อาคารหอสมุด


นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
ความสุขอื่น
ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี