หน้าแรก
มุทิตาสักการะ


ประวัติวัด
บทสวดมนต์
หลวงพ่อเทศน์
เสียง/วีดีโอ


สมุดเยี่ยม
อ่านข้อความ
ติดต่อทางวัด



วัดอุดมวารี © ๒๐๐๖
     ดูแลรักษาบุญ   ๓
     ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
       ฉะนั้น เรางดจากการคิดไม่ดี งดจากการคิดร้าย งดจากการคิดอิจฉาริษยา อาฆาตพยาบาท งดจากการคิด ที่จะทำให้เกิดความโกรธ ที่มันมีอยู่ในดวงจิตดวงใจของเรา นั่นเรียกว่า เราสร้างความสงบ ให้เกิดขึ้นกับกาย สร้างความสงบ ให้เกิดขึ้นกับวาจา แล้วก็สร้างความสงบ ให้เกิดขึ้นกับ ชีวิตจิตใจของตนเอง ถ้าเราทำความเข้าใจได้ตรงนี้แล้ว เราก็จะเป็นคน ที่หาความสงบได้ง่าย หาความสุขได้ง่ายขึ้น อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข อยู่ที่ไหนก็สบาย ไม่ทุกข์ไม่เดือดร้อน เพราะเกิดขึ้น จากการกระทำที่ถูกต้อง เกิดขึ้นจากคำพูดที่ดีงาม เกิดขึ้นจากความคิด ที่ถูกต้องดีงาม อันนี้ ก็ชื่อว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในความสงบแล้ว เป็นผู้มีความสุขแล้ว ตามสมควรกับฐานะ ของแต่ละท่านแต่ละคน กับวัยวุฒิ คุณวุฒิ ของแต่ละท่าน แต่ละคน นั่นคือความสุขสงบประจำวัน

       ทีนี้ ความสุขสงบ ที่ออกมานั่งปฏิบัติภาวนา นั่งทำสมาธิภาวนา นี่เป็นความสุขสงบ ที่เป็นขั้นอุกฤษฎ์ คือเคร่งครัดขึ้นมาหน่อยนึง หรือพัฒนาความสงบขึ้นมา ให้เป็นความสงบ ที่จะยังปัญญาให้เกิดขึ้น ให้ได้รู้เห็นตามความเป็นจริง ในสิ่งที่ตนมีตนได้ ความสงบที่มี จากการงดเว้นจากการทำบาป ความสงบที่งดเว้น จากการพูดไม่ดี ความสงบที่เกิดจาก งดเว้นจากความคิดที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็มาพัฒนาให้เป็นความสงบ ที่จะยังปัญญาให้เกิดให้มีขึ้น ในชีวิตจิตใจของตนเอง

       ปัญญา ตัวนี้ ก็คือ ปัญญารู้เท่าเอาทัน ต่อความทุกข์ ต่อความอึดอัดขัดข้อง ที่มีอยู่ในกายในใจ ของเรานั่นเอง ความทุกข์ทั้งหลาย ที่มีในกายในใจ ของทุกท่านทุกคนนั้น ความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือว่า อยู่ๆ มันก็ลอยเข้ามา ทับถมชีวิตจิตใจของเรา หรือมาปรากฏ ให้เราได้ประสบพบเห็น ความเดือดร้อนวุ่นวายต่างๆเหล่านั้น ความเป็นจริงแล้ว มันเกิดจากเหตุจากปัจจัย เหตุและปัจจัย ที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุด ก็คือ ความอยาก ความปรารถนาของเราทั้งหลายทั้งปวง นั่นเอง มีกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น ความไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากดี ไม่อยากเป็น ไม่อยากประสบพบเห็น อะไรต่างๆเหล่านี้ ชื่อว่า เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้เกิดความทุกข์ ให้เกิดความอึดอัดขัดข้อง ฉะนั้น อันนี้ เป็นสิ่งที่เราควรจะละ เราก็ต้องมาละตัวนี้เสีย มาพยายาม ไม่ให้มันเกิด ไม่ให้มันมีขึ้น ในชีวิตจิตใจของเรา

       เพราะ ความอยาก มีอยู่ที่ไหน ก็ทำให้เกิด ความทุกข์ความเดือดร้อนตรงนั้น แล้วก็มาประพฤติตัว ปฏิบัติตน ให้เหมาะกับความเป็นอยู่ของตน เราเป็นอุบาสก อุบาสิกา เป็นทายก ทายิกา ก็ต้องประพฤติวัตร ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีล ให้อยู่ในธรรม เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ต้องประพฤติวัตรปฏิบัติตน ให้เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ให้เป็นปูชนียบุคคล ให้ลูกเต้าเหล่าหลาน ได้เคารพกราบไหว้บูชา ได้ระลึกถึง ให้ลูกเต้าเหล่าหลาน ได้มีความเคารพยำเกรง

       การที่เคารพยำเกรง เกิดขึ้นนั้น ก็เกิดขึ้นจาก คุณธรรมภายในจิตใจนั่นเอง ฉะนั้น การปฏิบัติภาวนา ยังจิตให้สงบจากกิเลสนั้น จึงเป็นเหตุให้เกิด คุณธรรมอันสูงยิ่งขึ้นมาอีก อันนี้ ไม่ได้ไปเรียกร้องใคร มายกย่องสรรเสริญ ไม่เคยเรียกร้องให้ใคร มากราบไหว้บูชา แม้แต่ลูกเต้าเหล่าหลานของเรา ถ้าเรามีคุณธรรมในจิตใจ มีจิตใจที่สงบร่มเย็น เป็นคนที่มีเหตุมีผล เป็นคนไม่ขี้บ่นจู้จี้จุกจิก เป็นคนใจเยือกใจเย็นใจงาม เป็นคนใจเบิกบานผ่องใส มีความปรารถนาดีต่อตนเอง และบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา นั้นเกิดขึ้นมาจากการนั่งสมาธิภาวนาทั้งหมด ได้พินิจพิจารณา ได้รู้แจ้งเข้าใจในกาย ของตนเอง ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นของที่เกิดขึ้นแล้ว ตั้งอยู่ ดับไป มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่อย่างนี้


« ย้อนกลับ     หน้า ๓ จาก ๗     หน้าถัดไป »






ถวายบิณฑบาตร


ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ
ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่ง
ในโลกหน้า