|
|
ดูแลรักษาบุญ ๒
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ ติกฺขวีโร
|
แต่ความสุข ที่เกิดขึ้นจากการกิน ความสุขที่เกิดขึ้นจากการนุ่งห่ม ความสุขที่เกิดขึ้น จากความเป็นอยู่ต่างๆ ตลอดถึง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ได้สัมผัสสิ่งที่ตน พึงปรารถนา ก็จะมีความชอบ และปรารถนาสิ่งนั้น แต่ถ้าไปประสบพบเห็น ในสิ่งที่ตนไม่ชอบ ในสิ่งที่ตนไม่พึงปรารถนา ก็จะทำให้เกิด ความทุกข์ความเดือดร้อน หรือสิ่งที่ตนชอบ ตนปรารถนาแล้ว ไม่ได้มาตามที่ใจชอบ ไม่ได้มาตามที่ใจปรารถนา ทุกข์ก็เกิดขึ้น ท่านจึงว่า สุขที่อิงอามิส หรือสุขที่มีในชีวิตประจำวัน คือสุขที่มีข้าวของเงินทอง มีเพื่อนมีฝูง คุณพ่อคุณแม่ หรือมีอะไรต่างๆ ที่เป็นทรัพย์ภายนอก นั่นเป็นความสุข ชั่วครู่หนึ่งขณะหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่สุข ก็สุข แต่สุขอยู่ไม่นาน ท่านจึงว่า ให้มาแสวงหาความสุขอันถาวร ที่เกิดขึ้นจากความสงบ
ทีนี้ความสงบในที่นี้ ก็คือ ความสงบจากปาก ความสงบจาก ความคิดที่ไม่ดี ความสงบจาก การกระทำที่ไม่ถูกต้อง เราจึงมีการสมาทานศีล เพื่อนำข้อวัตรปฏิบัติ ไปทำกายของเรา ให้ถูกต้องดีงาม ไปทำวาจา คำพูดของเราให้ถูกต้องดีงาม เพื่อความสุขอันถาวร คือความสงบจะเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นตรงนี้ ไม่ใช่ว่า สงบ คือไม่คิด ไม่นึกอะไรเลย จิตไม่ได้คิดนึกอะไรต่างๆ เรามักจะเข้าใจอันอย่างนั้น ความเป็นจริง ความสงบ ก็คือ มันสงบจากปากนั่นเอง อย่างเป็นต้นว่า เรางดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เรางดจากการเบียดเบียนสัตว์ เรางดจากการเบียดเบียนตน และบุคคลอื่น อันนี้เรียกว่า กายของเราของเราเป็นปกติแล้ว มีความสุขมีความสงบแล้ว เพราะไม่ได้ทำบาปทางกาย ไม่ได้ทำบาปทางวาจา คือไม่ได้พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ ไม่ได้พูดคำหยาบ ไม่ได้ดุด่าว่าร้าย ให้แก่ใครๆ เป็นคำพูดที่ปิยวาจา คือพูดดี พูดงาม พูดมีเหตุมีผล พูดให้คนทั้งหลาย เกิดความรัก ความชอบ หรือพูดให้คนทั้งหลาย เกิดสติและปัญญา มีความรู้จักยั้งคิดพินิจพิจารณา นำคำพูดนั้นมาใช้กับชีวิตของตนเอง เขาเรียกว่า พูดเป็นสุภาษิต พูดให้เกิดความคิดนึก พูดให้เกิดสติ เกิดปัญญา อันนี้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีวาจาอันชอบ ชอบไปด้วยความสุข ชอบไปด้วยความสงบ ถ้าใครมีวาจาชอบแล้ว ผู้นั้น ก็มีความสงบ อยากจะทำความเข้าใจ กับเราท่านทั้งหลาย ตรงนี้ อย่าไปคิดว่า ความสงบ คือการนั่งหลับตาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย นั่นคือความสงบ หรือว่า นั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย นั่นคือ ความสงบ ไม่ใช่อย่างนั้น
ความสงบ ที่แท้จริงนั้น เกิดจากความสงบ จากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง สงบจากการกระทำที่เป็นบาป สงบจากการกระทำ ที่ไม่ดีไม่งามต่างๆเหล่านั้น ตลอดถึงความคิดนึก ก็เหมือนกัน เราไม่คิดอิจฉาริษยาใคร ไม่อาฆาตพยาบาทแก่ใครๆ ไม่คิดไม่งามต่อตนเอง และบุคคลอื่น พยายามคิดให้มันดี คิดให้มันงาม คิดให้มันถูกต้อง คิดเป็นไปในทางที่จะสร้างสรรค์ สร้างให้ตนเองให้เป็นสุข สร้างให้ตนเองสงบร่มเย็น นั่นคือ มันก็เกิดขึ้นจาก ความคิดนึกของเราทั้งนั้น
« ย้อนกลับ
หน้า ๒ จาก ๗
หน้าถัดไป »
|
|

ถวายบิณฑบาตร
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ
ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่ง
ในโลกหน้า
|
|