|
|
(หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส.)
โยโส ตะถาคะโต
พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด
อะระหัง
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต
เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่าง ไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวา
เป็นผู้มีความเจริญ จำแนกธรรม สั่งสอนสัตว์
โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรหมะกัง สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสังสะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตะวา ปเวเทสิ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงทำความดับทุกข์ ให้แจ้งด้วยพระปัญญา อันยิ่งเองแล้ว ทรงสอนโลกนี้พร้อมทั้ง เทวดา มาร พรหม และหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ให้รู้ตาม
โย ธัมมัง เทเสสิ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ทรงแสดงธรรมแล้ว
อาทิกัละยาณัง
ไพเราะในเบื้องต้น
มัชเฌกัละยาณัง
ไพเราะในท่ามกลาง
ปะริโยสานะกัละยาณัง
ไพเราะในที่สุด
สาตถัง สะพะยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรหมะจาริยัง ปะกาเสสิ
ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติ อันประเสริฐ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ
ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่งเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ
ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึกถึงพระพุทธคุณ)
« ปุพพภาคนมการ
ธัมมาภิถุติ »
|
|

พระอุโบสถ
การสวดมนต์ เป็นการทำ กรรมฐาน
|
|